บทความสุขภาพการคำนวณหาค่า TDEE วันนี้แอดมินจะพามารู้จักค่า TDEE คืออะไร และ วิธีการคำนวณหาค่า TDEE คำนวณยังไง

จากบทความที่เเล้วได้เเนะนำวิธีคำนวณหาค่า BMR บทความนี้จะนำค่า BMR มาคำนวณต่อยอดหาค่า TDEE

TDEE (Total Daily Energy Expenditure) คือ ค่าพลังงานที่ร่างกายต้องการในการทำกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน ทั้งการเดิน วิ่ง นอน ทำงาน หรือว่าออกกำลังกาย คนที่ขยับร่างกายบ่อยๆ ในเเต่ละวัน หรือ ออกกำลังกาย จะมี ค่า TDEE สูงกว่าคนที่ไม่ค่อยขยับร่างกายในแต่ละวัน ส่งผลให้คนที่ไม่ค่อยขยับร่างกายมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากกว่าคนที่ขยับร่างกายเป็นประจำในแต่ละวัน สำหรับคนที่จะควบคุมน้ำหนัก ไม่ควรทานอาหารเกินค่า TDEE ที่คำนวณได้ เพราะถ้าทานอาหารเกินค่า TDEE ที่คำนวณได้จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นนั่นเอง

สูตรคำนวณหาค่า TDEE

สมมุติ ผู้หญิงน้ำหนัก 50 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร อายุ 20 ปี จะได้ค่า BMR = 1,435 Kcal

กิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน

นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลยหรือน้อยมาก (BMR x 1.2) จะได้ (1,435 x 1.2) = 1,722 Kcal ต่อวัน

ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย 1-3 วัน/สัปดาห์, เดินบ้างเล็กน้อย ทำงานออฟฟิศ (BMR x 1.375) จะได้ (1,435 x 1.375) = 1,973 Kcal ต่อวัน

ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง 3-5 วัน/สัปดาห์, เคลื่อนที่ตลอดเวลา (BMR x 1.55) จะได้ (1,435 x 1.55) = 2,224 Kcal ต่อวัน

ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์ (BMR x 1.725) จะได้ (1,435 x 1.725) = 2,475 Kcal ต่อวัน

ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก หรือเป็นนักกีฬา ทำงานที่ใช้แรงงานมาก (BMR x 1.9) จะได้ (1,435 x 1.9) = 2,726 Kcal ต่อวัน

ส่วนใหญ่คนที่จะลดน้ำหนักจะใช้ TDEE-500 หมายถึงถ้าเรา คิดค่า TDEE ได้ 2,000 kcal -ออก 500 จะได้= 1,500 kacl ที่ร่างกายเราต้องการ

พยายามคุมไม่ให้เกิน และ ไม่ให้น้อยกว่านี้มากจนเกินไปเพราะทำให้อาจรู้สึกหิว อิดโรย เครียดและหงุดหงิดได้

หากเราตัด ค่าพลังงานที่เราคำนวณได้ในแต่ละวัน จนครบ 7,700 Kcal เราจะสามารถลดน้ำหนักได้ 1 กิโลกรัม ตามทฤษฎี

สามารถติดตามบทความการออกกำลังกาย สุขภาพได้ทางเว็บ https://stylechill.com